กรีนคอส โรแมนซ์ (Cos Romaine Lettuce)

฿50

เมล็ดพันธุ์ : กรีนคอส โรแมนซ์ (Cos Romaine Lettuce)

สายพันธุ์ : เจอริโค

อายุเก็บเกี่ยว : 45-60 วัน

ชนิด : ไม่เคลือบ

จำนวน : 100 – 200 เมล็ด

รายละเอียด

เกี่ยวกับสินค้า

เมล็ดพันธุ์ ผักสลัด กรีนคอส โรแมนซ์ (Cos Romaine Lettuce)

ผักกาดหวาน หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า สลัดคอส มีชื่อวิทยาศาสตร์ Lactuce sativa. longifolla ลักษณะทั่วไปเป็นพืชล้มลุก ลำต้นเป็นกอ ลักษณะใบยาวรี ซ้อนกันเป็นช่อ ใบบางกลม การปลูกดูแลรักษาคล้ายผักกาดหอมห่อ แต่จะมีลักษณะ แตกต่างกันออกไปบ้าง ตามสายพันธุ์ นอกจากนี้ยังมีชนิดใบกลมขนาดเล็ก ห่อหัวแน่น รสชาติหวานกรอบ เรียกว่า เบบี้คอส (baby cos) โดยกลุ่มพืชชนิดนี้ ควรปลูกเฉพาะ ในฤดูหนาว และฤดูฝน

สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม
ผักกาดหวาน เป็นพืชที่ต้องการสภาพอากาศเย็น อุณหภูมิที่เหมาะสมอยู่ ระหว่าง 10 – 24′C ในสภาพอุณหภูมิสูง การเจริญเติบโต ทางใบจะลดลง และพืชสร้างสารคล้ายน้ำนม หรือยางมาก เส้นใยสูง เหนียว และมีรสขม

ดิน ที่เหมาะสมต่อการปลูก ควรร่วนซุย มีความอุดมสมบูรณ์ และมีอินทรีย์วัตถุสูง หน้าดินลึก และอุ้มน้ำ ได้ดีปานกลาง สภาพความเป็นกรด-ด่าง ของดินอยู่ระหว่าง 6 – 6.5 พื้นที่ปลูกควรโล่ง และได้รับแสงแดด อย่างเต็มที่ เนื่องจากใบผักกาดหวานมีลักษณะบาง ไม่ทนต่อฝน ดังนั้น ในช่วงฤดูฝนควรปลูก ใต้โรงเรือน

จากการทดสอบการปลูก กรีนคอส โรแมนซ์ สายพันธุ์ เจอริโค เป็นคอสในกลุ่มโรเมนที่มีใบสีเขียวเข้ม กาบใบด้านในเป็นสีเหลืองอ่อนสวยมาก และมีอัตราการเจริญเติบโตที่ดี มีความต้านทานต่อโรคใบจุด และแมลงได้ดี แม้จะปรากฎอาการทิปเบรินส์บ้างเล็กน้อยในช่วงอายุประมาณ 28-30 วัน จึงแนะนำให้ใช้ EC ต่ำๆ หลังช่วงอายุดังกล่าวคือกำหนดให้ไม่เกิน 1.3 ms/cm หรือถ้าเป็นฤดูร้อนแนะนำให้ลดเหลือ ไม่เกิน 1.2 ms/cm และคอยสังเกตุอาการ ระหว่างนี้ควรเสริมด้วย แคลเซียมโบรอน เพื่อลดการเกิดทิปเบรินส์ โดยฉีดพ่นสัปดาห์ละ 2 – 3 ครั้ง ในช่วงเย็น-ค่ำ ซึ่งเป็นช่วงที่พืชจะดูดซึมอาหารทางใบได้ดีที่สุด คอสโรเมนเป็นคอสที่มีรสหวาน ใบกรอบอร่อยมากเวลาทานสด เป็นสลัดอีกชนิดที่แนะนำให้ปลูก


ข้อแนะนำในการปลูก

1. หลังเพาะเมล็ดได้ประมาณ 2 – 3 วัน แนะนำให้นำต้นเกล้าได้รับแสงแดดตอนเช้าหรือเย็นประมาณ 3 – 4 ชั่วโมง/วัน เพื่อให้ต้นเกล้าไม่ยืดและแข็งแรงมากขึ้น

2. ในพื้นที่อากาศร้อนเมื่อผักสลัดมีอายุปลูกได้ประมาณ 20 วัน มักมีอาการขอบใบไหม้ แนะนำให้ปรับค่า EC ให้ต่ำและให้ลดการคายน้ำทางใบของพืชลง ด้วยการพลางแสง หรือเสปรย์น้ำเพื่อลดอุณหภูมิและเพิ่มความชื้นในอากาศ และควรมีการฉีดพ่น ธาตุแคลเซียม-โบรอน เสริมทางใบเพื่อป้องกันอาการขอบใบไหม้

3. ศัตรูพืชที่สำคัญของ ผักสลัด คือ เพลี้ยไฟ และหนอนใยผัก แนะนำให้ฉีดพ่นสารสกัดจากธรรมชาติเพื่อป้องกัน และกำจัด ควรหลีกเลี่ยงสารเคมีจำกัดศัตรูพืช เนื่องจากสลัดเป็นพืชอายุสั้นและต้องบริโภคส่วนที่เป็นใบจึงอาจเป็นอัตรายต่อผู้บริโภคได้

4. การปลูกสลัดแนะนำให้เปลี่ยนน้ำผสมธาตุอาหารใหม่ในช่วงที่ผัก อายุได้ 28 วัน (หรืออายุผัก 4 สัปดาห์) โดยลดปริมาณการใช้ปุ๋ย A,B ลงทุกๆ ช่วงอายุปลูก ข้อดีของการลดการปลูกสลัดโดยใช้ EC สูง ไปหาต่ำมีข้อดีคือ
– ประหยัดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการใช้ธาตุอาหาร
– เพื่อป้องกันการเกิด Tip burn โดยเฉพาะผักที่เกิดอาการดังกล่าวได้ง่ายเช่น ผักในกลุ่มคอส, บัตเตอร์เฮด และผักกาดแก้ว
– ช่วยให้ผักเจริญเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง
– ทำให้ผักสลัดที่ปลูกไม่มีรสขม หรือมีความขมลดลงในช่วงฤดูร้อน

5. แนะนำให้เปลี่ยนน้ำผสมปุ๋ยใหม่เมื่อผักมีอายุได้ประมาณ 25 วัน

ข้อมูลเพิ่มเติม

น้ำหนัก 10 g